กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

Welcome to Kan.in.th
ครบเครื่องเรื่องเมืองกาญจน์




อ่านข่าวย้อนหลังทั้งหมด คลิ๊ก


ชาวนากาญจน์โวยถูกรัฐบาล “ปู” หลอก ปธ.โรงสีข้าวฯ เผยชาวนา 3 จังหวัดโดนเต็มๆ [19 มิถุนายน 2556]

ชาวนาเมืองกาญจนบุรีโวยถูกรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” หลอก วอนทบทวนมติ กขช.เหตุปรับลดราคาจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาทต่อต้น เหลือ 12,000 บาทต่อตัน แนะให้แก้ปัญหาให้ถูกจุด ด้าน ปธ.โรงสีข้าวฯ เผยเห็นใจชาวนา 3 จังหวัดโดนเต็มๆ ส่วนโรงสีไร้ปัญหาขึ้นอยู่กับรัฐบาลให้นโยบาย
       
       จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีมติให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรังในฤดูการผลิตปี 56 ปัจจุบันที่รับจำนำอยู่ที่ 15,000 บาทต่อตัน ลงเหลือ 12,000 บาทต่อตัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2556 เป็นต้นไป
       
       เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (19 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายทรงยุทธ การพานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ผู้ประกอบการโรงสีข้าว ตำแหน่งประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสอบถามถึงผลกระทบ นอกจากนี้ ยังเดินทางไปสอบถามเกษตรกรชาวนาในพื้นที่หมู่ 2 เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
       
       นายทรงยุทธ การพานิช ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรังในฤดูกาลผลิตปี 56 ปัจจุบันที่รับจำนำอยู่ที่ 15,000 บาทต่อตัน ลงเหลือ 12,000 บาทต่อตัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2556 ในส่วนของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีอยู่ทั้งหมด 14 แห่ง ถามว่ามีผลกระทบหรือไม่ตนตอบได้เลยว่า ผู้ประกอบการโรงสีไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการปรับลดราคารับจำนำ โรงสีแต่ละแห่งต่างต้องทำตามนโยบาลของรัฐบาลนั้นๆ อยู่แล้ว และถึงแม้รัฐบาลจะปรับราคาขึ้นมากกว่าเดิม หรือปรับลดราคาลงก็ไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด
       
       แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบโรงสีแต่ละแห่งต่างเป็นห่วง และสงสารเกษตรกรชาวนา เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังมีผลผลิตข้าวนาปรังออกมาสู่ตลาด ทั้งนี้ เกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีที่ผ่านการทำประชาคมทั้งหมด 13,283 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำนา 223,178 ไร่ สามารถผลิตข้าวนาปลังได้ปีละ 165,455 ตันต่อปี ที่ผ่านมา ข้าวเปลือกที่เกษตรนำมาเข้าโครงการรับจำนำแล้วประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้อีก 70 เปอร์เซ็นต์ ยังคงค้างอยู่ สาเหตุมาจากเกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทัน เนื่องจากการลงมือปลูกข้าวช้ากว่าปกติ เพราะจะต้องรอน้ำจากกลไกการปล่อยน้ำตามระบบของชลประทาน
       
       “นอกจากเกษตรกรชาวนาจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้รับผลกระทบ ยังมีเกษตรกรชาวนาที่จำเป็นต้องรอระบบการปล่อยน้ำของชลประทานแล้ว ยังมีอีก 2 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เช่นกัน คือ เกษตรกรชาวนาจังหวัดราชบุรี และจังหวัดเพชรบุรี” นายทรงยุทธ การพานิช ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าว
       
       ด้านนางแต๋ว อะนุชเครือ อายุ 49 ปี เกษตรกรชาวนาอำเภอท่าม่วง กล่าวว่า ตนทำนาทั้งหมด 30 ไร่ ส่วนนาที่มีก็ต้องไปเช่าเขาทำ โดยหลังจากรัฐบาลมีนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกนาปลังในราคาตันละ 15,000 บาท ตนและครอบครัวรู้สึกดีใจ และขอขอบคุณไปยังรัฐบาลที่มีความตั้งใจที่จะทำให้ชาวนาอย่างพวกเราได้ลืมตาอ้าปากได้ หนี้สินที่ไปกู้ยืมจาก ธ.ก.ส.เพื่อนำมาลงทุน รวมทั้งเงินที่กู้มาซื้อปุ๋ย และสารเคมีกำจัดแมลงศรัตรูพืช ก็จะหมดไป แต่อยู่ๆ ความหวังของชาวนาอย่างพวกเราต้องหมดสิ้น เมื่อรัฐบาลมีมติลดราคาจำนำข้าวเปลือกนาปลังลงเหลือตันละ 12,000 บาท ในขณะที่เรากำลังเก็บเกี่ยวผลิตอยู่แต่กลับมีมติออกมาให้มีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม และให้ทางโรงสีแจ้งมาให้พวกเราทราบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ชาวนาทราบต่างรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
       
       นอกจากนี้ ยังให้โรงสีข้าวเลิกรับจำนำข้าวตั้งแต่พรุ่งนี้ คือ 20 มิ.ย.56 และให้รีบเช็กสต๊อกที่มีอยู่ให้หมดภายในวันเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวนาอย่างพวกตนจะทำอย่างไร ข้าวที่อยู่ในนาที่ยังได้ได้เก็บเกี่ยวเราจะเอาไปขายให้ใคร เงินที่กูจาก ธ.ก.ส.เราจะหาจากที่ไหนไปส่งดอกเบี้ย
       
       ด้านนางดอกไม้ รุ้งงาม อายุ 54 ปี เกษตรกรชาวนา ต.โคกตะบอง อ.ท่าม่วง กล่าวว่า ตนมองว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รัฐบาลจะต้องทบทวนมติที่ประกาศออกไปอย่างเร่งด่วน อย่างน้อยก็ให้โอกาสชาวนาอย่างพวกเราด้วย และขอแนะนำว่า ขอให้ยกเลิกมติดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อให้ชาวนาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมดเข้าโครงการรับจำนำให้ได้เสียก่อน แล้วในปีหน้าค่อยมาทบทวนมติดังกล่าวใหม่ ตนมองว่าถึงแม้ราคาข้าวเปลือกจะอยู่ในเกณฑ์ราคาตันละ 12,000 บาท หรือตันละ 10,000 บาท ก็ตาม ชาวนาก็สามารถอยู่ได้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ จะต้องทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
       
       “โดยเฉพาะค่าปุ๋ย ค่าสารกำจัดแมลงศรัตรูพืชทุกชนิด หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนให้ต่ำลง ตนเชื่อว่าชาวนาทุกคนจะไม่เดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่ แต่ถ้าหากรัฐบาล ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ และยังคงลดราคาจำนำข้าวเปลือกนาปลังลงตามที่มีมติออกมาเมื่อวานนี้ เชื่อว่าเกษตรกรชาวนาจากทั่วประเทศจะต้องรวมตัวกันจัดกิจกรรมบางอย่างเพื่อกดดันรัฐบาลที่หน้าทำเนียบอย่างแน่นอน”
       
       ส่วนนางเครือวัลย์ ยังสุข ชาวนาอีกคน กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่ามติ ครม.ให้ลดราคาจำนำข้าวเปลอกนาปลังเหลือ 12,000 บาทต่อตัน ตนและครอบครัวต่างรู้สึกตกใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะต้นทุนในการผลิตนั้นสูงมาก การมีมติออกมาเช่นนี้มันเหมือนกับว่ารัฐบาลไม่มีทางแก้ปัญหา และเหมือนพวกเราเกษตรกรชาวนานั้นถูกรับบาลหลอกให้ดีใจ
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

นายทรงยุทธ การพานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ผู้ประกอบการโรงสีข้าว ตำแหน่งประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดกาญจนบุรี
คำอธิบายภาพ: นายทรงยุทธ การพานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ผู้ประกอบการโรงสีข้าว ตำแหน่งประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดกาญจนบุรี
ไม่มีคำอธิบายภาพ
คำอธิบายภาพ: ไม่มีคำอธิบายภาพ
ไม่มีคำอธิบายภาพ
คำอธิบายภาพ: ไม่มีคำอธิบายภาพ

แสดงความคิดเห็น เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

เพียงคุณมีบัญชี Facebook คุณสามารถเข้าสู่ระบบได้ทันที

อ่านข่าวย้อนหลังทั้งหมด คลิ๊ก



สำหรับเจ้าของธุรกิจ | สปอนเซอร์ | ร่วมเป็นพันธมิตร | จองเสื้อฟรีโฮสติ้ง | ฟรี Email@kan.in.th | จัดทำเว็บไซต์โรงเรียนฟรี | รับทำระบบเว็บไซต์ | ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ | แชท | วิทยุออนไลน์

www.kan.in.th ครบเครื่องเรื่องเมืองกาญจน์
ติดต่อเรา Email : admin@kan.in.th , www.kan.in.th@gmail.com โทรศัพท์ : 082-2416110